5 เรื่องไม่รู้ไม่ได้ ก่อนให้น้องหมากิน บลูเบอร์รี่ (2026)

Feb 07, 2026
การรับเลี้ยงและการดูแล
5 เรื่องไม่รู้ไม่ได้ ก่อนให้น้องหมากิน บลูเบอร์รี่ (2026)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

5 เรื่องไม่รู้ไม่ได้ ก่อนให้น้องหมากิน บลูเบอร์รี่ (2026)

by Prasobsook Saisud – Founder LAZADOG.COM


บลูเบอร์รี่ คือผลไม้ลูกเล็กสีม่วงเข้ม
ที่ถูกยกให้เป็นซูเปอร์ฟู้ดของมนุษย์
อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และไฟเบอร์

และต่างจากอาหารไทยหลายชนิด
บลูเบอร์รี่คือผลไม้ไม่กี่อย่าง
ที่คนเลี้ยงหมามักได้ยินว่า
หมาก็กินได้

แต่คำว่า “กินได้”
ไม่ได้แปลว่า “กินได้ทุกแบบ ทุกปริมาณ และทุกตัว”

ก่อนจะโยนบลูเบอร์รี่จากชามสลัดลงพื้นให้หมา
นี่คือ 5 เรื่องสำคัญที่คนเลี้ยงหมาไม่รู้ไม่ได้จริง ๆ


1. บลูเบอร์รี่ไม่เป็นพิษ แต่ไม่ใช่อาหารหลักของสุนัข

ข้อมูลจาก American Kennel Club ระบุชัดว่า
บลูเบอร์รี่ ไม่จัดเป็นอาหารต้องห้ามสำหรับสุนัข

อย่างไรก็ตาม
สุนัขเป็นสัตว์กินเนื้อเป็นหลัก
ระบบย่อยไม่ได้ออกแบบมาเพื่อย่อยผลไม้ในปริมาณมาก

สถิติด้านโภชนาการสัตว์พบว่า
ของว่างจากผลไม้
ไม่ควรเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานต่อวัน
หากเกินจากนี้
จะเริ่มส่งผลต่อสมดุลทางโภชนาการ


2. น้ำตาลธรรมชาติในบลูเบอร์รี่ ยังเป็นภาระต่อร่างกายหมา

บลูเบอร์รี่ 100 กรัม
มีน้ำตาลธรรมชาติประมาณ 10 กรัม

แม้จะน้อยกว่าผลไม้หวานจัดอย่างองุ่นหรือมะม่วง
แต่สำหรับสุนัขพันธุ์เล็ก
น้ำตาลปริมาณนี้ถือว่าสูง

ข้อมูลจาก PetMD ระบุว่า
การได้รับน้ำตาลสะสม
เพิ่มความเสี่ยงต่อ

  • โรคอ้วน

  • ฟันผุ

  • ภาวะดื้อต่ออินซูลิน

ในสุนัขที่มีน้ำหนักเกิน
การได้รับผลไม้หวานเป็นประจำ
เพิ่มโอกาสเกิดเบาหวานสูงขึ้นถึง 2 เท่า


3. ไฟเบอร์สูง กินมากไปทำให้ท้องเสียได้

บลูเบอร์รี่จัดเป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์ค่อนข้างสูง
ประมาณ 2.5 กรัมต่อ 100 กรัม

ข้อมูลจาก FDA ระบุว่า
การได้รับไฟเบอร์มากเกินไปในคราวเดียว
อาจทำให้สุนัขเกิดอาการ

  • ถ่ายเหลว

  • ท้องอืด

  • ปวดท้อง

  • ระบบดูดซึมอาหารรวน

จากสถิติคลินิกสัตวแพทย์
พบว่า มากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์
ของเคสท้องเสียจากอาหารคน
เกิดจากผลไม้และผักที่ให้เกินปริมาณ


4. บลูเบอร์รี่แช่แข็ง เสี่ยงสำลักในสุนัขพันธุ์เล็ก

บลูเบอร์รี่แช่แข็ง
เป็นรูปแบบที่เจ้าของนิยมให้หมากิน
เพราะดูสดและเคี้ยวเพลิน

แต่ในสุนัขพันธุ์เล็ก
ลูกบลูเบอร์รี่ที่แข็ง
อาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อการสำลัก

ข้อมูลจาก ASPCA ระบุว่า
อาหารชิ้นกลม ขนาดเล็ก
เป็นหนึ่งในสาเหตุฉุกเฉินจากการอุดตันทางเดินหายใจในสุนัข

สถิติพบว่า
เคสสำลักจากอาหาร
มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์
เกิดกับสุนัขพันธุ์เล็กและลูกสุนัข


5. บลูเบอร์รี่แปรรูป คืออีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง

บลูเบอร์รี่สด
ต่างจากบลูเบอร์รี่ในรูปแบบแปรรูปอย่างสิ้นเชิง เช่น

  • บลูเบอร์รี่ในโยเกิร์ต

  • บลูเบอร์รี่อบแห้ง

  • ขนม เบเกอรี่ ซอส

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้
มักมีน้ำตาล ไซลิทอล หรือสารปรุงแต่ง

ข้อมูลจาก FDA ระบุว่า
ไซลิทอลเป็นสารอันตรายรุนแรงต่อสุนัข
แม้เพียงปริมาณเล็กน้อย
ก็อาจทำให้ตับวายเฉียบพลันได้


ข้อควรรู้ หากอยากให้หมากินบลูเบอร์รี่อย่างปลอดภัย

แนวทางที่แนะนำ

  • เลือกบลูเบอร์รี่สด

  • ล้างให้สะอาด

  • ให้ครั้งละไม่เกิน 2–3 ลูก สำหรับหมาพันธุ์เล็ก

  • ไม่เกิน 5–6 ลูก สำหรับหมาพันธุ์กลางถึงใหญ่

  • ไม่ให้ทุกวัน

หากเป็นครั้งแรก
ควรทดลองทีละน้อย
และสังเกตอาการ 24 ชั่วโมง


เคล็ดลับสำหรับคนรักหมา

  • ผลไม้คือของว่าง ไม่ใช่อาหารหลัก

  • อย่าให้เพราะหมาขอ

  • เลือกขนมสุนัขที่ควบคุมสารอาหารดีกว่า

ความตั้งใจดี
ควรมาพร้อมความรู้ที่ถูกต้องเสมอ


ถามตอบยอดฮิตเกี่ยวกับบลูเบอร์รี่กับสุนัข

ถาม หมากินบลูเบอร์รี่ได้ไหม
ตอบ ได้ ในปริมาณน้อยและเป็นบลูเบอร์รี่สดเท่านั้น

ถาม บลูเบอร์รี่แช่แข็งให้หมากินได้หรือไม่
ตอบ ไม่แนะนำ โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์เล็ก เสี่ยงสำลัก

ถาม ให้กินทุกวันได้หรือไม่
ตอบ ไม่ควร ควรให้เป็นครั้งคราวเท่านั้น



บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่ปลอดภัยกว่าหลายชนิด
แต่ก็ไม่ใช่อาหารที่หมาควรกินแบบไม่จำกัด

ความรักที่ดี
ไม่ใช่การแบ่งทุกอย่างที่เรากิน
แต่คือการเลือกสิ่งที่เหมาะกับร่างกายของเขาจริง ๆ

บลูเบอร์รี่ลูกเล็กของคน
อาจหนักเกินไปสำหรับหมา
ของดีถ้าไม่รู้ขอบเขต
ก็กลายเป็นภาระได้เหมือนกัน

#บลูเบอร์รี่กับหมา
#หมากินบลูเบอร์รี่ได้ไหม
#ผลไม้กับสุนัข
#อาหารคนไม่ใช่อาหารหมา
#LazaDogCare
#LazaDogBlog


ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่
https://lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • American Kennel Club

  • ASPCA Animal Poison Control

  • PetMD

  • FDA United States


Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts