รู้ 5 เรื่องสำคัญเกี่ยวกับ “โรคเบาหวานในแมว” ภัยเงียบที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม
ถ้าคุณมีแมวที่เริ่มกินน้ำเยอะ กินเก่ง แต่น้ำหนักลดผิดปกติ
หรือแมวสูงวัยที่เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปโดยไม่ทราบสาเหตุ
“โรคเบาหวานในแมว” อาจเป็นคำตอบที่คุณไม่อยากได้ยิน แต่ควรรู้ไว้ครับ
โรคเบาหวานไม่ได้เกิดแค่กับคน แต่เกิดกับแมวได้จริง โดยเฉพาะแมวที่มีน้ำหนักเกินหรือมีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป
จากข้อมูลของ American Veterinary Medical Association พบว่า แมว 1 ใน 230 ตัวทั่วโลกมีภาวะเบาหวาน
และในไทย ตัวเลขก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเทรนด์แมวอ้วนที่น่ารักแต่ไม่ดีต่อสุขภาพ
วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักโรคนี้ให้ลึกขึ้น และเข้าใจสิ่งที่ควรสังเกตเพื่อช่วยให้น้องแมวมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดครับ
โรคเบาหวานในแมวคือภาวะที่ร่างกายผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ หรือใช้ไม่ได้ผล
ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ
น้ำหนักเกินหรือแมวอ้วน
อายุ (มักพบในแมว 7 ปีขึ้นไป)
พันธุกรรมและสายพันธุ์ (เช่น พันธุ์เบอร์แมนและสยาม)
การกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงหรือคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป
การใช้ยาสเตียรอยด์ในระยะยาว
Fact: แมวอ้วนมีโอกาสเป็นเบาหวานมากกว่าแมวปกติถึง 4 เท่า
แมวไม่สามารถบอกได้ว่า “ไม่สบาย”
ดังนั้นเจ้าของต้องใส่ใจพฤติกรรมเล็กๆ ที่อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นของโรค
ปัสสาวะบ่อยและมาก
ดื่มน้ำเยอะกว่าปกติ
กินเยอะ แต่น้ำหนักลด
เหงือกแห้ง ขนไม่เงางาม
เดินเหมือนขาอ่อนแรง (neuropathy)
Tip: ถ้าแมวมีหลายอาการร่วมกัน ควรพาไปตรวจเลือดกับสัตวแพทย์ทันที
การวินิจฉัยโรคเบาหวานในแมวไม่สามารถดูจากอาการอย่างเดียวได้
ต้องตรวจวัดระดับกลูโคสในเลือด และตรวจปัสสาวะเพื่อดูน้ำตาลที่รั่วออกมา
ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Glucose)
ตรวจปัสสาวะว่ามีน้ำตาลปนหรือไม่
ในบางรายอาจใช้การวัดค่าฟรุกโตซามีน (Fructosamine) เพื่อดูระดับน้ำตาลสะสมในช่วง 1–2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
Fact: แมวบางตัวที่มี “เบาหวานชั่วคราว” อาจกลับมาเป็นปกติได้ หากควบคุมอาหารและน้ำหนักตั้งแต่แรก
แมวที่เป็นเบาหวานสามารถมีชีวิตปกติได้ ถ้าได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
การรักษามักใช้การฉีดอินซูลินวันละ 1–2 ครั้ง ร่วมกับการปรับอาหารและพฤติกรรม
ฉีดอินซูลินตรงเวลา สม่ำเสมอ
ให้อาหารสูตรเฉพาะสำหรับแมวเบาหวาน (โปรตีนสูง ไขมันต่ำ คาร์โบไฮเดรตต่ำ)
หลีกเลี่ยงขนมหรืออาหารเสริมที่มีน้ำตาล
ตรวจเลือดตามนัด และติดตามระดับกลูโคสที่บ้านถ้าเป็นไปได้
Tip: เจ้าของที่เรียนรู้การตรวจระดับน้ำตาลเองที่บ้าน จะช่วยควบคุมโรคได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
แม้แมวจะเป็นเบาหวาน แต่ถ้าได้รับการดูแลอย่างดี จะมีอายุยืนยาวและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
หลายเคสที่ควบคุมอาหารและน้ำหนักได้ดี สามารถหยุดใช้อินซูลินได้ด้วยซ้ำ
Fact: จากงานวิจัยในแคนาดา พบว่าแมวที่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมสามารถมีชีวิตอยู่ได้เฉลี่ย 3–5 ปี หลังจากวินิจฉัย
โรคเบาหวานในแมวไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนคิด
แต่ถ้าเรารู้ทัน ใส่ใจสัญญาณ และดูแลอย่างเหมาะสม น้องแมวของเราก็สามารถมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขได้
จำไว้นะครับว่า การป้องกันด้วยการควบคุมน้ำหนักและอาหาร ย่อมง่ายกว่าการรักษาในวันที่สายไป
#แมวเบาหวานดูแลได้ #รู้ทันเบาหวานแมว #ดูแลแมวสูงวัย #แมวสุขภาพดีเริ่มที่บ้าน #LazadogCareTips
อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ
by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com
Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com