รู้ 5 เรื่องสำคัญ ก่อนเลือกยากำจัดเห็บหมัดให้น้องหมา – ป้องกันก่อน ปลอดภัยกว่า (อัปเดท 2025)

Apr 11, 2025
การรับเลี้ยงและการดูแล
รู้ 5 เรื่องสำคัญ ก่อนเลือกยากำจัดเห็บหมัดให้น้องหมา – ป้องกันก่อน ปลอดภัยกว่า (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

รู้ 5 เรื่องสำคัญ ก่อนเลือกยากำจัดเห็บหมัดให้น้องหมา – ป้องกันก่อน ปลอดภัยกว่า

ไม่ว่าน้องหมาจะเลี้ยงในบ้านหรือเลี้ยงแบบปล่อยอิสระ “เห็บหมัด” ก็ยังเป็นภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ใกล้ตัว
เจ้าตัวเล็กพวกนี้นอกจากจะทำให้น้องคันจนเกาไม่หยุด ยังเสี่ยงต่อโรคผิวหนัง พยาธิในเลือด และโรคติดเชื้อร้ายแรงอื่นๆ อีกเพียบ

วันนี้ผมจะพาคุณไปเข้าใจแบบง่ายๆ ว่าก่อนจะเลือกซื้อยาหยอด ยากิน หรือปลอกคอกำจัดเห็บหมัด
เราควรรู้อะไรบ้าง เพื่อให้น้องปลอดภัยจริง และได้ผลจริง


1. เห็บหมัดไม่ใช่แค่เรื่องความรำคาญ – แต่นำโรคร้ายมาด้วย

หลายคนคิดว่าเห็บหมัดแค่ทำให้หมาคัน ขนร่วง หรือดูสกปรก
แต่จริงๆ แล้วอันตรายยิ่งกว่านั้นมาก โดยเฉพาะ “เห็บ” ที่เป็นพาหะของโรคร้ายแรง

โรคที่มากับเห็บหมัด:

  • พยาธิในเม็ดเลือด เช่น โรคบาบีเซีย (Babesia) และอีริลิเชีย (Ehrlichia)

  • โรคผิวหนังเรื้อรัง จากการแพ้น้ำลายหมัด

  • โรคโลหิตจาง จากการโดนดูดเลือด

  • พยาธิตัวตืด (Dipylidium caninum) ที่หมัดนำพา

Fact: งานวิจัยจาก Veterinary Parasitology พบว่า ในสุนัขที่ไม่เคยได้รับการป้องกัน 7 ใน 10 ตัวมีเห็บหมัดสะสมโดยไม่รู้ตัว


2. การใช้ยากำจัดเห็บหมัดต้อง “ต่อเนื่อง” เพื่อได้ผลจริง

ยากำจัดเห็บหมัดจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 24–48 ชั่วโมงหลังใช้
แต่ถ้าใช้เพียงครั้งเดียว หรือใช้ไม่สม่ำเสมอ วงจรชีวิตของเห็บหมัดจะกลับมาอีกในไม่กี่สัปดาห์

ช่วงเวลาในการใช้ยาที่แนะนำ:

  • ยาหยอดหลังคอ: ทุก 30 วัน

  • ยากิน (เช่น Fluralaner): ทุก 8–12 สัปดาห์

  • ปลอกคอกันเห็บหมัด: มีอายุการใช้งานเฉลี่ย 6–8 เดือน (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ)

Tip: ใช้แอปปฏิทินหรือ Reminder แจ้งเตือนวันครบกำหนดทายาหรือเปลี่ยนปลอกคอ จะช่วยให้คุณไม่ลืมดูแลน้อง


3. เลือก “ประเภทของยา” ให้เหมาะกับพฤติกรรมน้องหมา

หมาแต่ละตัวมีนิสัยต่างกัน บางตัวไม่ชอบถูกจับ บางตัวแพ้ง่าย
ดังนั้นควรเลือกวิธีให้ยาที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของน้องและความสะดวกของคุณด้วย

เปรียบเทียบวิธีการให้ยา:

  • ยาหยอดหลังคอ: ใช้ง่าย เหมาะกับหมาน้ำหนักเบา – ระวังไม่ให้เลีย

  • ยากิน: ได้ผลครอบคลุม เหมาะกับหมาที่เลี้ยงร่วมกับเด็กเล็ก (ไม่มีสารตกค้าง)

  • ปลอกคอกันเห็บหมัด: เหมาะกับหมาที่วิ่งเล่นนอกบ้านบ่อยๆ – ต้องเลือกแบบไม่ระคายเคือง

คำแนะนำ: ก่อนให้ยาใดๆ ควรอ่านฉลากอย่างละเอียด และเลือกใช้ตามน้ำหนักตัวของน้องหมา


4. การป้องกันเห็บหมัดต้องทำ “ทั้งตัวหมาและสภาพแวดล้อม”

หลายคนให้ยากำจัดเห็บหมัดให้น้องสม่ำเสมอ
แต่ยังเจอเห็บหมัดอยู่ เพราะ ไม่ได้จัดการกับแหล่งเพาะพันธุ์ในบ้าน

จุดเสี่ยงที่ต้องจัดการ:

  • พื้นสนามหญ้า ใต้ต้นไม้ พื้นปูนรอบบ้าน

  • พรม โซฟา เบาะนอน และพัดลมที่หมาใช้นอน

  • กรง หรือที่นอนของน้องที่ไม่เคยล้างหรือตากแดด

Fact: ไข่เห็บสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานถึง 3 เดือนโดยไม่ฟักตัว หากไม่มีการทำความสะอาดหรือฉีดพ่นยาฆ่าแมลง


5. ห้ามใช้ยาคนหรือยาของสัตว์ชนิดอื่นกับน้องหมาเด็ดขาด

หลายคนพลาดโดยการใช้ยาหยอดหมัดของแมวกับหมา หรือใช้ยาคนกับน้อง
ซึ่งอาจก่อให้เกิดพิษ หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

ตัวอย่างอันตรายจากการใช้ผิดประเภท:

  • ยาหยอดแมว ที่มีสาร Permethrin ใช้กับหมาได้ แต่กับแมวอาจถึงตาย

  • ยาคนจำพวกไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล อันตรายมากสำหรับสุนัข

  • สารสกัดสมุนไพรเข้มข้น ที่อาจทำให้แพ้ผิวหนังหรือระบบทางเดินหายใจ

คำเตือน: ไม่แน่ใจอย่าลอง ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนทุกครั้ง


เห็บหมัดอาจดูเป็นปัญหาเล็กๆ แต่จริงๆ แล้วอาจนำไปสู่โรคร้ายแรงได้หากปล่อยไว้
การเลือกยากำจัดเห็บหมัดอย่างเหมาะสม และใช้ต่อเนื่อง ร่วมกับการดูแลสภาพแวดล้อม
คือวิธีป้องกันที่ดีที่สุดให้น้องหมามีสุขภาพดี ปลอดภัย และแฮปปี้ทุกวันครับ


#เห็บหมัดน้องหมา #ยาหมาเห็บหมัด #ดูแลสุขภาพหมา #ป้องกันเห็บหมัด #LazadogCareTips


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com


Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts