รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อน้องหมา “ไอ-สำลัก” แบบนี้ต้องทำยังไง?
ได้ยินเสียง “แค่กๆ” หรือ “ค่อกแค่กๆ” จากน้องหมาอยู่บ่อยๆ แล้วเริ่มรู้สึกใจไม่ดี?
หลายคนเข้าใจผิดว่าน้องหมากำลัง “จะอ้วก” แต่จริงๆ แล้วเขาอาจกำลัง “ไอ” หรือ “สำลัก” อยู่ก็ได้
เสียงไอของหมามีหลายแบบ และแต่ละแบบอาจบอกถึงปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกัน
บางครั้งอาจแค่ระคายคอจากฝุ่น แต่บางครั้งก็อาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องรีบพบสัตวแพทย์
วันนี้ผมจะพาคุณไปรู้จัก 5 เรื่องสำคัญเกี่ยวกับ “อาการไอ-สำลักของน้องหมา”
เพื่อให้คุณรับมือได้ถูกทาง และช่วยให้น้องกลับมาสดใสร่าเริงได้เร็วที่สุดครับ
เสียง “ไอ” ของหมามักเกิดจากระบบทางเดินหายใจ เช่น คออักเสบ หลอดลมอักเสบ หรือไวรัส
ส่วนการ “สำลัก” มักเป็นการเคลื่อนไหวที่เหมือนจะอาเจียน ไม่มีอะไรออกมา และเกิดจากสิ่งแปลกปลอม เช่น อาหารติดคอ
ไอ: เสียงแห้ง/เสียงแน่นๆ ไอซ้ำๆ ช่วงกลางคืนหรือหลังตื่น
สำลัก: เหมือนพยายามขย้อนของขึ้นมา ไม่มีเสมหะหรือของเหลว
อาเจียน: จะมีน้ำย่อยหรืออาหารเก่าออกมาด้วย
Fact: จากรายงานของ VCA Animal Hospitals พบว่า สุนัขที่มีอาการไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ควรได้รับการตรวจปอดและหัวใจอย่างละเอียด
น้องหมาไอหรือสำลักได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ไม่ร้ายแรง ไปจนถึงโรคที่อันตรายถึงชีวิต
การสังเกตพฤติกรรมร่วม เช่น กินน้อย เหงา หรือหายใจลำบาก จะช่วยให้เข้าใจต้นเหตุได้ดีขึ้น
โรคหลอดลมอักเสบในสุนัข (Kennel Cough): ติดต่อกันง่ายในหมาหลายตัว
โรคหัวใจ: ทำให้ปอดมีของเหลวสะสม กดทับหลอดลม
พยาธิในปอดหรือหลอดลม: โดยเฉพาะหมาที่กินสัตว์เล็กหรืออยู่ในพื้นที่ชื้น
สิ่งแปลกปลอมติดคอ: เช่น กระดูก เศษอาหาร
โรคไทรอยด์ต่ำ: ทำให้ระบบเผาผลาญช้า มีเสมหะสะสม
Tip: ถ้าน้องหมาไอติดต่อกันนานกว่า 5 วัน หรือไอจนหมดแรง ต้องรีบพบสัตวแพทย์ทันที
พันธุ์อย่างปั๊ก ชิสุ บูลด็อก เฟรนช์บูลด็อก มีโครงสร้างทางเดินหายใจสั้น ทำให้อากาศผ่านได้น้อย
ยิ่งถ้าอ้วน หรืออากาศร้อน อาการจะยิ่งชัดเจนขึ้น
หายใจเสียงดัง
ไอหลังจากตื่นหรือนอน
ขย้อนเวลาตื่นเต้น หรือหลังออกกำลังกาย
สำลักน้ำหรืออาหารง่าย
Fact: งานวิจัยจาก Journal of Veterinary Internal Medicine ระบุว่า สุนัขหน้าสั้นมีแนวโน้มเป็นโรคทางเดินหายใจเรื้อรังมากกว่าสุนัขทั่วไปถึง 80%
ในบางกรณี การเปลี่ยนแค่พฤติกรรมประจำวันก็ช่วยให้อาการไอหรือสำลักลดลงได้มาก
เปลี่ยนจากชามอาหารธรรมดาเป็นแบบ “สูงระดับอก” ลดการกลืนลม
เปลี่ยนอาหารเป็นเม็ดขนาดเล็ก หรือแช่น้ำให้นุ่ม
หลีกเลี่ยงการใช้ปลอกคอรัดแน่น (ควรใช้สายรัดอก)
เลือกเวลาเดินในช่วงเย็นแทนตอนร้อน
เปิดเครื่องฟอกอากาศหากอยู่ในเมือง
Tip: ถ้าไอมากตอนกลางคืน ลองยกหัวที่นอนให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น
ไม่ควรปล่อยให้สุนัขไอหรือสำลักเรื้อรัง เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียแล้ว ยังเสี่ยงต่อภาวะขาดออกซิเจน
การตรวจด้วยเอกซเรย์ หรืออัลตราซาวด์ จะช่วยให้หาสาเหตุได้แม่นยำ
ไอจนหายใจลำบาก
สำลักจนตัวสั่นหรือทรุด
มีเสมหะหนา เหลือง หรือมีเลือด
ไอแล้วไม่กินอาหาร
ไอร่วมกับอาการบวมของช่องท้อง
Fact: สัตวแพทย์แนะนำว่า หากอาการไอหรือสำลักไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ควรพามาตรวจเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน
อาการไอหรือสำลักในหมาไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะถ้าเกิดบ่อยหรือเรื้อรัง
การแยกอาการให้ถูก สังเกตพฤติกรรม และไม่ปล่อยให้นานเกินไปคือหัวใจสำคัญ
เพราะหมาพูดไม่ได้ หน้าที่ของเราคือเข้าใจและดูแลเขาให้เร็วที่สุด
#หมาไอทำไงดี #สำลักในสุนัข #สุขภาพสุนัข #ไอเรื้อรังในหมา #LazadogCareTips
อยากรู้วิธีดูแลน้องหมาให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ
by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com
Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com