รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อน้องหมาแพ้ง่าย – คัน ขนร่วง ผิวอักเสบ ต้องดูแลยังไงให้ถูกวิธี (อัปเดท 2025)

Apr 11, 2025
การรับเลี้ยงและการดูแล
รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อน้องหมาแพ้ง่าย – คัน ขนร่วง ผิวอักเสบ ต้องดูแลยังไงให้ถูกวิธี (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อน้องหมาแพ้ง่าย – คัน ขนร่วง ผิวอักเสบ ต้องดูแลยังไงให้ถูกวิธี

น้องหมาคุณคันบ่อยผิดปกติไหมครับ? เกาแรงจนผิวแดง ขนร่วงเป็นหย่อม หรือมีตุ่มขึ้นตามตัว
ถ้าใช่… อาการเหล่านี้อาจไม่ได้มาจากเห็บหมัดเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็น “อาการแพ้” จากหลายสาเหตุที่ซ่อนอยู่

ในบทความนี้ ผมจะพาเจ้าของน้องหมามาเข้าใจเรื่อง ภูมิแพ้ในสุนัข ว่ามีกี่แบบ เกิดจากอะไร และจะดูแลอย่างไรให้น้องหายคันอย่างปลอดภัยและยั่งยืน


1. อาการแพ้ในหมาไม่ใช่เรื่องเล็ก และพบได้บ่อยกว่าที่คิด

จากข้อมูลของ American College of Veterinary Dermatology ระบุว่า
มากกว่า 20% ของสุนัขทั่วโลกมีแนวโน้มเป็นโรคภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้อาหาร ภูมิแพ้ผิวหนัง หรือภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อม

อาการที่พบได้บ่อย:

  • เกาบ่อย ขนร่วง หรือมีผื่นแดง

  • เลียอุ้งเท้าหรือบางจุดซ้ำๆ

  • สะบัดหู มีน้ำเหลือง หรือขี้หูเยอะ

  • ท้องเสีย หรืออาเจียนซ้ำๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ

  • ผิวลอก ตกสะเก็ด หรือมีกลิ่นตัวแรง

Tip: หากอาการเกิดซ้ำในช่วงเวลาเดิมของปี เช่น หน้าฝนหรือหน้าร้อน อาจเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม


2. สาเหตุของอาการแพ้มีหลายแบบ ไม่ได้เกิดจาก “เห็บหมัด” เสมอไป

อาการแพ้ในน้องหมาสามารถเกิดได้จากทั้งภายในและภายนอก
โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่

ประเภทของภูมิแพ้ในสุนัข:

  • แพ้อาหาร (Food Allergy): เช่น เนื้อไก่ นม ข้าวโพด

  • แพ้สิ่งแวดล้อม (Atopic Dermatitis): เช่น ไรฝุ่น เชื้อรา เกสร

  • แพ้น้ำลายหมัด (Flea Allergy): แม้ถูกกัดแค่ครั้งเดียวก็อาจเกิดอาการได้

Fact: สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล ชิสุ บูลด็อก และโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ เป็นพันธุ์ที่พบอาการแพ้บ่อยที่สุด


3. การรักษาต้องรู้ "สาเหตุ" ไม่ใช่แค่ใช้ยาทาแก้คัน

หลายคนรีบหายาทา หรืออาบน้ำให้น้องเมื่อเห็นว่าเริ่มเกา
แต่ถ้าไม่หาสาเหตุที่แท้จริง อาการแพ้จะกลับมาเป็นซ้ำ และอาจเรื้อรังจนรักษายากขึ้น

ขั้นตอนแนะนำ:

  • ตรวจเลือด / ตรวจผิวหนัง: เพื่อตรวจสารก่อภูมิแพ้

  • Food Trial: ทดลองเปลี่ยนอาหารสูตร Hypoallergenic อย่างน้อย 6–8 สัปดาห์

  • หยุดการสัมผัสสิ่งกระตุ้น: เช่น หยุดใช้แชมพูเดิมหรือเปลี่ยนเบาะนอน

Tip: จดบันทึกอาหารที่ให้น้องแต่ละวัน เพื่อช่วยสัตวแพทย์วิเคราะห์สาเหตุได้แม่นยำยิ่งขึ้น


4. การรักษาและบรรเทาอาการแพ้ในหมามีได้หลายวิธี

ไม่จำเป็นต้องพึ่งยาแรงเสมอไป ปัจจุบันมีทางเลือกในการดูแลน้องหมาแพ้ง่ายได้หลากหลาย
ตั้งแต่การควบคุมอาหาร ไปจนถึงใช้ยาเฉพาะทางตามดุลยพินิจของสัตวแพทย์

ทางเลือกในการดูแล:

  • อาหารสูตรพิเศษ (Hypoallergenic / Limited Ingredient): ไม่มีสารกระตุ้นภูมิแพ้

  • แชมพูเฉพาะสำหรับผิวแพ้ง่าย: มีค่า pH สมดุล

  • ยารักษา: เช่น Apoquel, Cytopoint หรือสเตียรอยด์ในกรณีเรื้อรัง

  • อาหารเสริม: เช่น Omega-3 หรือ Probiotics สำหรับเสริมภูมิคุ้มกันผิวหนัง

Fact: การใช้ Cytopoint ช่วยลดอาการคันได้มากกว่า 80% ภายใน 1–2 วันในสุนัขที่ตอบสนองดี


5. ป้องกันล่วงหน้าคือทางออกที่ดีที่สุด

แม้น้องหมาของคุณจะยังไม่แสดงอาการแพ้
แต่การป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยลดโอกาสเกิดโรคและลดความรุนแรงหากเกิดขึ้นจริง

วิธีป้องกันน้องหมาแพ้ง่าย:

  • ดูแลเรื่องความสะอาดของบ้าน ที่นอน พรม และอุปกรณ์น้อง

  • หมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของผิวหนังและพฤติกรรม

  • เลือกอาหารคุณภาพดีที่ไม่มีสารก่อภูมิแพ้ทั่วไป

  • ไม่ให้กินขนมหรืออาหารคนโดยไม่รู้ส่วนผสม

  • ตรวจสุขภาพและผิวหนังเป็นประจำทุก 6–12 เดือน


อาการแพ้ในสุนัขเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เจ้าของหลายคนอาจมองข้าม
การหมั่นสังเกตพฤติกรรม รู้จักแยกแยะอาการ และวางแผนการดูแลร่วมกับสัตวแพทย์
จะช่วยให้น้องหมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ปราศจากอาการคัน ผื่น หรือความไม่สบายตัว


#หมาแพ้อาหาร #ดูแลหมาแพ้ง่าย #น้องหมาคันไม่หยุด #หมาขนร่วง #LazadogCareTips


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com


Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts