รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อน้องหมากังวล เครียด หรือกลัว – เข้าใจเพื่อช่วยให้น้องอารมณ์ดีขึ้นได้จริง (อัปเดท 2025)

Apr 11, 2025
การรับเลี้ยงและการดูแล
รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อน้องหมากังวล เครียด หรือกลัว – เข้าใจเพื่อช่วยให้น้องอารมณ์ดีขึ้นได้จริง (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อน้องหมากังวล เครียด หรือกลัว – เข้าใจเพื่อช่วยให้น้องอารมณ์ดีขึ้นได้จริง

คุณเคยสังเกตไหมครับ ว่าทำไมน้องหมาของคุณถึง เห่าไม่หยุดเวลาอยู่คนเดียว, กลัวฟ้าร้องจนสั่นทั้งตัว, หรือ เดินวนไปมาไม่ยอมนั่งนิ่ง?
พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ใช่แค่ “นิสัยขี้กลัว” ธรรมดา แต่อาจเป็นอาการของ “ภาวะวิตกกังวลในสุนัข” (Dog Anxiety) ที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน

งานวิจัยจาก American Veterinary Medical Association (AVMA) พบว่า
มากกว่า 70% ของสุนัขทั่วโลกแสดงอาการวิตกกังวลในบางช่วงของชีวิต

ถ้าเราเข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงรู้สึกแบบนั้น และรู้วิธีช่วยเหลืออย่างถูกต้อง
น้องหมาก็สามารถกลับมาเป็นตัวเองที่สดใสร่าเริงได้อีกครั้งครับ


1. ความวิตกกังวลในหมาเกิดจาก “พฤติกรรมตอบสนอง” ต่อสิ่งรอบตัว

สุนัขไม่ได้คิดซับซ้อนแบบคน แต่พวกเขารู้สึกและตอบสนองต่อ “ความไม่มั่นคง” ได้ไวมาก
โดยเฉพาะเวลาสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป เจ้าของหายไป หรือมีเสียงรบกวนรุนแรง

สาเหตุหลักที่พบบ่อย:

  • การถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง (Separation Anxiety)

  • เสียงฟ้าร้อง พลุ หรือสิ่งกระตุ้นทางเสียง

  • การย้ายบ้านหรือเปลี่ยนสภาพแวดล้อมกะทันหัน

  • ประสบการณ์แย่ๆ ในอดีต เช่น ถูกทิ้งหรือทำร้าย

Fact: สุนัขที่เคยถูกทอดทิ้งหรือเลี้ยงในที่แออัดมีโอกาสเกิดภาวะนี้สูงกว่า 2 เท่า


2. อาการของหมาเครียด ไม่ได้แค่หงอย แต่ “มีพฤติกรรมชัดเจน”

เจ้าของหลายคนเข้าใจผิด คิดว่าน้องแค่ซน ขี้เห่า หรือติดเจ้าของเกินไป
แต่แท้จริงแล้วนั่นคือ “การขอความช่วยเหลือ” แบบหนึ่ง

พฤติกรรมที่บอกว่าน้องกำลังวิตกกังวล:

  • เดินวนไปมา หอบ หายใจแรงแม้ไม่ได้ออกกำลัง

  • เห่าหรือหอนนานๆ โดยไม่มีสาเหตุ

  • ซ่อนตัว หรือพยายามหนีออกจากบ้าน

  • กัดเฟอร์นิเจอร์ ข่วนประตู หรือฉี่ในบ้าน

  • เลียอุ้งเท้าหรือขาตัวเองจนเป็นแผล

Tip: ถ้าพฤติกรรมเกิดซ้ำๆ และรุนแรงขึ้นในช่วงที่เจ้าของไม่อยู่ อาจเป็นสัญญาณของ Separation Anxiety


3. ความเครียดไม่ได้แค่ทำให้น้องไม่สบายใจ แต่ส่งผลถึงสุขภาพ

ความเครียดเรื้อรังในสุนัขไม่ได้จบแค่พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
แต่น้องอาจเสี่ยงเกิด ปัญหาสุขภาพร่างกาย เช่น ภูมิคุ้มกันต่ำ ผิวหนังอักเสบ หรือระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ

ปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับความเครียด:

  • อาเจียนหรือท้องเสียเรื้อรัง

  • ภูมิแพ้ผิวหนังและขนร่วงเป็นหย่อม

  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลด

  • พฤติกรรมซึมเศร้า ไม่ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม

Fact: งานวิจัยจาก Tufts University พบว่า ความเครียดทำให้สุนัขบางตัวมีระดับคอร์ติซอลในเลือดสูงกว่าปกติถึง 60%


4. การบำบัดด้วย “กิจกรรม+เวลา” ดีกว่ายาในหลายกรณี

ยาคลายเครียดสำหรับสุนัขมีอยู่จริง และใช้ได้ผลในบางสถานการณ์
แต่ในหลายกรณี การเปลี่ยนพฤติกรรมและปรับสภาพแวดล้อมสามารถช่วยได้น้องหมาได้โดยไม่ต้องพึ่งยาเลย

วิธีช่วยลดความเครียดในหมา:

  • สร้างกิจวัตรที่แน่นอน เช่น เดินเล่น กินข้าว เวลานอน

  • ฝึกให้น้องอยู่ลำพังแบบค่อยเป็นค่อยไป

  • ใช้ของเล่นกระตุ้นจิตใจ เช่น Kong, Puzzle Toy

  • เปิดเสียงดนตรีเบาๆ ขณะไม่อยู่บ้าน

  • ให้พื้นที่ปลอดภัย เช่น มุมสงบ หรือกรงที่น้องคุ้นเคย

Tip: ให้รางวัลเมื่อน้องสงบ เพื่อเสริมพฤติกรรมเชิงบวก


5. ถ้าน้องมีอาการรุนแรง อย่ารอช้า ควรปรึกษาสัตวแพทย์ทันที

สุนัขบางตัวอาจต้องใช้ยาในระยะสั้นร่วมกับการบำบัด
หรือในบางรายอาจต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสุนัข (Canine Behaviorist) เข้ามาช่วยดูแล

ยาที่อาจใช้ในบางกรณี:

  • Fluoxetine (Prozac)

  • Trazodone / Diazepam

  • Apoquel (หากมีอาการแพ้ร่วมด้วย)

คำแนะนำ: การใช้ยาทุกชนิดต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำจากสัตวแพทย์เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุด


น้องหมาก็มีอารมณ์ มีความกลัว และต้องการความมั่นคงทางใจไม่แพ้มนุษย์
ภาวะวิตกกังวลในสุนัขอาจเป็นเรื่องซับซ้อน แต่ก็สามารถดูแลและปรับพฤติกรรมได้ หากเจ้าของเข้าใจและให้เวลาอย่างเหมาะสม
ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งช่วยได้มาก และยิ่งทำให้น้องกลับมาแฮปปี้และน่ารักเหมือนเดิมครับ


#น้องหมาเครียด #หมาวิตกกังวล #ดูแลหมาขี้กลัว #หมากลัวฟ้าร้อง #LazadogCareTips


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com


Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts